I

posted on 16 Oct 2009 13:46 by jijirarat

เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก ........................

ตื่นๆๆ ตื่นได้และยังพังพอน เช้าแล้วนะ เดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก พ่อของพังพอนเอยขึ้น พร้อมกับเขย่าตัวลูกสาวเบาๆ

พังพอนอยู่ในอาการงัวเงียก็ตอบพ่อไปว่า ค่ะๆ ตื่นๆ จากนั้นก็พลิกตัวม้วนผ้าห่มเข้ามาไว้ใต้ร่างกาย

นี่ เจ็ดโมงครึ่งแล้วนะ ไม่มีเรียนหรอวันนี้น่ะลูก หะ พ่อตื้อไม่หยุด

มีค่ะ ห่ะ ! เจ็ดโมงครึ่งแล้วหรอ พังพอนตาเบิกโพล่งพันทีเมื่อได้ยินว่าเจ็ดโมงครึ่ง

หลังจากนั้นเธอก็รีบกุลีกุจอลุกจากที่นอนเดินไปยังห้องอาบน้ำและปิดประตูดัง ปัง !

ทำไมพ่อไม่ปลุกหนูให้เร็วกว่านี้ล่ะ มาปลุกทำไมตอนนี้น่ะ มันสายมาแล้วนะ แถมหนูยังมีนัดกับเพื่อนอีกด้วยอ่ะ พังพอนตะโกนจากในห้องน้ำ เป็นเชิงว่าคุยกับพ่อของตน

นี่ เราอ่ะ อย่ามัวพูออยู่เลย รีบๆเข้าเถอะ อีกอย่างนะ พ่ออ่ะปลุกเราตั้งนานแล้ว กินอะไรเข้าไปนอนเป็นตายเชียวนะ หะ พ่อที่กำลังเก็บผ้าห่มของลูกสาวอยู่พูดพลางเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น

ป่าวกินยาอะไรหรอกพ่อ ก็ฝันดีนิดหน่อยนะ พังพอนตะโกนคำตอบออกมาตอบพ่อ

หรอจ๊ะ ฝันว่าอะไรล่ะ พ่อถามด้วยความอยากรู้แกมหยอกล้อ

ก็............ ฝันว่าได้เข้าร่วมองค์กรอะไรสักอย่างอ่ะ แล้วก็ฝันว่าได้เป็นหัวหน้าองค์กรเลยด้วยแหละ องค์กรนี้น่ะ ใหญ่มากๆ มีถิ่นฐานอยู่ในเทือกเขา ถ้าพ่อไม่ปลุกนะ... พังพอนพูดแล้วหยุดอยู่แค่นั้น

ทำไมหรอ ถ้าพ่อไม่ปลุกแล้วจะเกิดไรขึ้น พ่อถามด้วยความสงสัย

ก็..ถ้าพ่อไม่ปลุก หนูก็ไปเรียนไม่ทันไงล่ะ พังพอนตอบพ่อด้วยความเขินอาย

อืม งั้นหนูไปก่อนนะพ่อ ตอนเย็นอ่ะ ทำอาหารเยอะๆนะ หนูจะพาเพื่อนมาบ้านเธอพูดพร้อมกับใส่รองเท้าเตรียมจะบิดกลอนประตู

อ่าว วันนี้พ่อก็จะมีแขก อืม.. ไม่เป็นไร ก็ได้ๆ พ่อพูด

ดีมากค่ะ ไปและ พังพอนพูดทั้งๆที่หันหลังให้พ่ออยู่ และเดินออกไปจากบ้านด้วยท่าทางรีบร้อน

 

เมื่อถึงมหาลัย

 

สวัสดีจ๊ะพังพอน โห วันนี้เธอมาเกือบแปดโมงเลยน่ะเนี่ย ตื่นสายหรอจ๊ะ เพื่อนสาวของพังพอนคนนึงถาม

นี่ๆ นภา นั่นใครอ่ะ พังพอนเอ่ยถามเพื่อนสาวคนเมื่อครู่อย่างสงสัย พลางชี้ไปที่ ชายหนุ่มคนนึงที่เดินเข้ามาในห้องเรียน แต่เธอก็นึกในใจว่า ชายหนุ่มคนนี้หน้าตาเหมือนคนในฝันที่ชื่อโชติไม่มีผิดกันเลยสักนิด

อืม น่าจะเป็นเด็กใหม่แหละ เห็นว่าชื่อ........... เพื่อนสาวที่ชื่อนภาพูดยังไม่ทันจบ

พังพอนก็พูดแทรกขึ้นมาว่า โชติ ใช่ป่ะ

อืมๆ ใช่ๆ เธอรู้ได้ไงเนี่ย เก่งจริงนะย่ะ เพื่อสาวพูดพร้อมกับหน้าตาที่บ่งบอกว่า เธอรู้จักกันมาก่อนป่าวเนี่ย

 

หมดเวลาเรียน

 

พังพอนเดินออกมาหน้ามหาลัย เพื่อรอใครบางคน

รถเก๋งสีครีมขาวคันหนึ่งแล่นมาหยุดอยู่ตรงหน้าพังพอน

สวัสดี ยาย ป่ะ กลับบ้านกัน ชายหนุ่มคนนึงลดกระจกฝั่งที่นั่งข้างคนขับลงและเอ่ยกับพังพอน

แหมนี่ อย่าเรียกฉันว่ายายสักวันได้ม่ะ ฉันขอเถอะนะ พังพอนเอ่ยพร้อมกับวางตัวลงบนที่นั่งข้างคนขับ

คง ได้ มั้ง แต่วันนี้อ่ะ คงไม่ได้แล้วล่ะซิ เพราะว่า.... ฉันเรียกไปแล้วนี่นา ฮ่าๆ ชายหนุ่มพูดอย่างอารมณ์ดี

อ่าว ไหนบอกจะพาเพื่อนไปบ้านไม่ใช่หรอ ชายหนุ่มพูด

อ่อ ยัยนั่นเค้าบอกว่ามีนัดกะใครก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าคนนัดคนนั้นน่ะนัดเธอที่หลังฉันเสียอีก เลยไปกะอีกคนนึงอ่ะ

อ๋อหรอ แห้วเลยอ่ะดิ ชายหนุ่มพูดแกล้งต่อ

ก็ใช่น่ะซิ อืม ฉันมีอะไรจะถามอ่ะพังพอนเอ่ยถามชายหนุ่ม แล้วเว้นระยะคำพูด รอให้อีกฝ่ายกล่าวคำอนุญาต

อืม มีไรอ่ะ ว่ามาดิ ชายหนุ่มพูดพลางพยักหน้างึกๆ

อืม คำถามแรกทำไมเมื่อเช้านายไม่รอฉัน ส่วนคำถามที่สองวันนี้ที่คณะนายอ่ะ มีเด็กใหม่เข้ามาใช่ม่ะ เป็นผู้หญิง ชื่อลูกโซ่ แถมนั่งข้างหลังนายด้วย ใช่ม่ะ พังพอนยิงคำถามใส่ชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

อ่ะ สำหรับคำถามแรกนะ ก็เพราะเมื่อเช้าเธอตื่นสาย แล้วอาก็บอกให้ฉันมาก่อนด้วย ส่วนข้อที่สอง ถูก ใช่เลย ถูกทุกอย่าง ไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ว่า.... เธอรู้ได้ไงอ่ะ แต่ก็ช่างเหอะ เธอก็เป็นงี้มาตั้งแต่ฉันจำความได้แล้วนี่

ชายหนุ่มพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติจึงไม่ซักไซ้หาคำตอบต่อ

อืม ดีมาก แล้วพรุ่งนี้อ่ะ รอฉันด้วยนะ ฉันจะไม่ตื่นสายอีก พังพอนพูดพลางก้าวขาลงจากรถ

นี่ เอากระเป๋าฉันไปด้วยซิ ฝากเอาไปวางตรงหน้าห้องฉันด้วยและกัน แต่ถ้าจะให้ดีอ่ะ เอาไปวางไว้บนเตียงก็ได้ เน้นๆ วาง นะครับ ห้ามโยนนะ ชายหนุ่มเน้นคำว่า วาง เป็นพิเศษ

อ่ะ จ้าๆ วางก็วาง พังพอนทวนคำว่าวางคล้ายกับประชดชายหนุ่ม

พังพอนเดินมาถึงประตูบ้าน เปิดประตูเข้าไปก็พบแต่ความว่างเปล่า จึงเดินเข้าไปในห้องครัว ก็พบว่าพ่อของตนกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่อย่างประณีต แต่มันก็เป็นเรื่องปกติ เพราะพ่อของเธอชอบการตกแต่ง การทำอาหาร และการจัดบ้าน ทำงานบ้านทุกอย่าง ราวกับเป็นกุลสตรีไทยกลับชาติมาเกิด

อ่าว แขกพ่อยังไม่มาอีกหรอ พังพอนเอ่ยถามพ่อด้วยความสงสัย

มาก็เห็นแล้วล่ะซิ ว่าแต่ว่า ไหนล่ะเพื่อนของเราอ่ะ อยู่ห้องโถงหรอ พ่อย้อนถามลูกสาวบ้าง

ป่าวอ่ะ มันไม่มาและ สงสัยมีนัดกับหนุ่มมั้ง เดี๋ยวลงมานะ พังพอนเอ่ย และเดินออกจากห้องครัวไป

สวัสดีครับคุณอา โห วันนี้อาหารเยอะจัง มีแขกหรอครับ ชายหนุ่มที่นำรถไปจอดเสร็จแล้ว เดินเข้ามาถามพ่อของพังพอนในห้องครัว

จ๊ะ วันนี้เพื่อนอาจะมาน่ะ  นี่ กัญจน์ เราไปหยิบจานตรงนั้นมาให้อาหน่อยซิ ชายวัยกลางคนที่กำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ชี้มือไปทางตู้ใบหนึ่ง

ครับๆ อ่ะ นี่ครับ ชายหนุ่มที่โดนเรียกว่ากัญจน์ยื่นจานหลายใบให้กับผู้เป็นอา

ปี๊ดๆ....

นี่ เราไปเปิดรั้วให้หน่อยซิ แล้วก็ดูแขกให้อาด้วยนะ ชายวัยกลางคนพูดทั้งๆที่มือยังงุ้นอยู่กับการจัดโต๊ะอาหาร

ครับๆ ชายหนุ่มไม่พูดอะไรมาก ได้แต่พยักหน้าและรีบวิ่งออกไป

มาแล้วครับ อาครับ ผมให้เค้ารอที่ห้องโถงนะ อาออกไปรับเถอะเดี๋ยวผมจัดต่อให้ เหลือไม่เท่าไรเองนี่นา

ชายหนุ่มพูด และเดินเข้าไปใกล้ชายวัยกลางคน

อ่ะๆ ดูดีๆล่ะ เสร็จแล้วก็ไปตามยัยพังพอนลงมาด้วยนะ ชายวัยกลางคนพูด

อ่าว แล้วยายจะยอมลงมาหรออา ก็รู้กันว่า.... ชายหนุ่มพูดยังไม่ทันจบ

ชายวัยกลางคนก็พูดแทรกขึ้นมาว่า น่าๆ ครั้งนี้ไม่เหมือนแขกคนอื่น เราก็ลงมาด้วยล่ะ รู้ไหม

ครับๆ เดี๋ยวจะไปตามให้ครับ ชายหนุ่มพูดแค่นั้นและก้มหน้าก้มตาจัดโต๊ะอาหารต่อ

ไม่นานนักกัญจน์ก็จัดโต๊ะอาหารเรียบร้อยและเดินขึ้นไปตามพังพอน

ก๊อกๆๆๆ....

ยายๆ อาให้มาตามลงไปกินข้าว เร็วๆด้วย ชายหนุ่มเคาะประตูและบอกผู้ที่อยู่ภายในห้อง

อืมๆ แขกไปแล้วใช่ม่ะ เดี๋ยวลงไป พังพอนตอบ

เร็วๆนะ ชายหนุ่มพูดและเดินลงไปข้างล่าง

เรียบร้อยครับอา แล้วผม.... ชายหนุ่มพูดลากเสียง

เราอ่ะ มานั่งตรงนี้มา ชายวัยกลางคนเอามือแต้พนักพิงเก้าอี้ตัวนึงข้างๆแขก เป็นสัญญาณว่าให้กัญจน์นั่งลงตรงนั้น กัญจน์เดินไปนั่งลงข้างแขกของผู้เป็นอา

พังพอนเดินเข้ามาในห้องครัวแล้วพบว่าแขกของผู้เป็นพ่อยังอยู่ก็มองหน้ากัญจน์แล้วส่งสายตาไม่พอใจ เพราะปกติแล้วพังพอนจะไม่ชอบอยู่ร่วมกับคนมากๆและไม่สนิทกัน

มานั่งนี่ เราอ่ะ ชายวัยกลางคนนำมือแต่พนักพิงของเก้าอี้ตัวหนึ่งข้างๆตน

พังพอนเดินไปนั่งข้างพ่อตามคำเชิญ และมองขวางพ่ออย่างไม่พอใจ

ครบแล้วใช่ไหมครับ ชายคนนึงที่เป็นแขกของพ่อกล่าวขึ้นพลางมองหน้าไปยังหัวหน้าครอบครัว

อืม ครบแล้วล่ะ พ่อของพังพอนเอ่ยขึ้น

แขกคนนึงของพ่อลุกไปปิดประตู

เห้ย นี่ คุณอูล ปิดประตูทำไมอ่ะค่ะ พังพอนเอ่ยขึ้นเสียงดัง

พังพอนต้องเงียบลงเพราะโดนผู้เป็นพ่อมองหน้า

อย่าเสียมารยาทซิลูก พ่อของพังพอนเอ่ยขึ้น

ไม่เป็นไรหรอกครับ ชายที่เป็นแขกอีกคนกล่าวขึ้น

นี่มันอะไรกันเนี่ย พ่อ หนูไม่กินแล้วนะข้าวอ่ะ พังพอนกล่าวพร้อมกับลุกจากเก้าอี้

แต่เธอยังเดินไม่ทันพ้นแนวโต๊ะอาหารก็มีเงาวูบผ่านไปอย่างรวดเร็ว และปรากฏร่างขึ้นที่หน้าประตู ร่างนั้นเป็นร่างของแขกที่ถูกพังพอนเรียกชื่อว่า อูล

คุณจะออกไปไม่ได้ จนกว่าเราจะพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้ ชายที่ชื่อว่าอูลกล่าวขึ้น

กลับมานั่งที่นั่งของคุณเถอะครับ คุณพังพอน ชายอีกคนยังคงนั่งอยู่ที่เก้าอี้เอ่ย

พังพอนต้องเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ข้างพ่อของตนเหมือนเดิม

คุณวิจิตร ผมของถามลูกสาวของคุณว่า พวกผมสองคนมาที่นี่เพื่อะไร ชายที่นั่งอยู่กล่าวกับพ่อของพังพอน

ก่อนอื่นฉันจะบอกก่อนว่า คนนั้นชื่อ คุณนิล ใช่ไหมค่ะ และที่คุณนิล กับ คุณอูลมาที่นี่ก็เพื่อมาเชิญให้ฉันเข้าร่วมองค์กรอะไรก็ไม่รู้ของพวกคุณ พังพอนพูดอย่างฉะฉานตามคำแนะนำของผู้เป็นพ่อ

แปะๆๆ เสียงปรบมือจากชายที่ชื่ออูลที่ยังคงยืนอยู่ที่ประตูดังขึ้น

ใช้ได้ครับ สรุปก็คือ คุณพังพอนสามารถมีชื่อยู่ในองค์กรได้ครับ คุณวิจิตร อูลกล่าว

แล้วเมื่อไรจะได้กินข้าวละครับ ผมหิวแล้ว กัญจน์ ชายหนุ่มที่นั่งเงียบมาตั้งแต่ต้นพูดบ้าง

อืม แล้วคุณชายคนนี้ มีความสามารถพิเศษอะไรหรือป่าวครับคุณวิจิตร คนที่ชื่อนิลเอ่ยถาม

 ก็ลองยื่นปืนให้เค้าดูซิ ผมว่า เค้าน่าจะพอเป็นบอดี้การ์ดได้นะวิจิตรกล่าว

นิลยื่นปืนหนึ่งกระบอกให้กับกัญจน์  กัญจน์รับปืนมาจากผู้ที่ยื่นให้และทำหน้างงงงมองไปยังอา

วิจิตรพยักหน้าให้กับหลานชายพลางบอกว่า"ให้ลองยิงดู "

อูลมองหน้ากัญจน์ และหลบทางให้เป็นสัญญาณว่าให้ใช้ประตูบานนี้เป็นเป้า

แล้วจะยิงตรงไหนล่ะครับ จุดก็ไม่มี กัญจน์ถามผู้เป็นอาของตนด้วยความสงสัย

อูลเดินมาที่ประตูอีกครั้งพร้อมกับนำปากกาเคมีด้านที่หัวเล็กจุดลงบนบานประตู

กัญจน์มองไปยังจุดนั้นและเล็งปืนไปที่บานประตู

ปัง! เสียงลุกปืนดีดตัวออกจากกระบอกดังขึ้น ทุกคนมองไปยังประตู พบว่าที่บานประตูไม่มีรอยจุดของปากกาเคมีแล้ว แต่มีเพียงรอยรูของลูกกระสุนปืนแทน

โอเคครับ คุณทั้งสองคนมีรายชื่อในองค์กรของเรา อูลกล่าวขึ้น

เดี๋ยวค่ะ แต่ว่าฉันยังไม่ได้ตกลงเลยนะ พังพอนพูดประมาณว่าฉันขอโต้แย้ง

แต่คุณรับรู้ถึงการมีอยู่ขององค์กรเราแล้ว  ถ้า  คุณ  ไม่  ร่วม  ก็.... อูลกล่าวพร้อมกับเตรียมลั่นไกปืน

โอเคๆ ฉันก็แค่ถามดูเล่นๆน่า พังพอนพูด

ทุกอย่างจบด้วยดี เรามากินข้าวกันดีกว่านะ วิจิตรกล่าวเชื้อเชิญทุกคน

เราสองคนต้องขอตัวนะครับท่าน นิลพูดขึ้น และลุกเดินออกไปจากห้อง

โชคดีครับ งั้นเรามากินข้าวกัน เราสองคนอ่ะ จะกินไหม ข้าวอะ วิจิตรมองหน้าลูกและหลาน

ค่ะๆ กินค่ะ พังพอนตะกุกตะกักตอบ และเริ่มลงมือกินข้าว